Make your own free website on Tripod.com

 


อาหารรสเด็ด

ปลาทูต้มยำน้ำใส
ส่วนผสม
1. ปลาทูสดควักไส้ล้างทำความสะอาด 3-4 ตัว
2. น้ำเปล่า 3 ถ้วย
3. น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
4. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
5. ใบมะกรูด 4-6 ใบ
6. ข่าหั่นเป็นแว่น ๆ 6 แว่น
7. ตะไคร้ทุบพอแตกตัดเป็นท่อน ๆ 1 ต้น
8. พริกขี้หนูบุบพอแตก พอประมาณ
9. ต้นหอมซอย สำหรับโรยหน้า
10. ผักชีซอย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
1. ปลาทูสดแล่เป็นชิ้น พักไว้หรือจะตัดเป็นชิ้น ๆ ทั้งกระดูกก็ได้
2. นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำตั้งไฟให้เดือด ใส่ใบมะกรูดฉีก ข่า ตะไคร้ และเกลือ พอเดือดและและกลิ่น ของเครื่องเทศที่ใส่มีกลิ่นหอมใส่ปลาทูสดลงไปพอสุกยกลง
3. ปรุงรสดี น้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนูบุบ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย และผักชีตักใส่ถ้วย เสิร์ฟร้อน
4. ข้อควรระวัง เวลาใส่ปลาทูลงไปอย่าคน เพราะจะมีกลิ่นคาว

ปลาหมึกผัดขี้เมา
ส่วนผสม
1. หมึกสด 1 โล
2. กระเพา 2 กำ
3. กระเทียม 3-4หัว
4. พริกขี้หนู 9-29เม็ด (แล้วแต่ความซาดิสซ์ แหะ แหะ)
5. กระชาย (ซื้อมาซัก 5 บาท)
6. ใบมะกรูด
7. น้ำปลาดี
8. น้ำมันหอย
9. น้ำตาลทราย

วิธีทำ
1. นำหมึกมาล้างให้สะอาด ดึงกระดองอะไรให้เรียบร้อย แล้วนำมาหั่นตามขวางเป็นชิ้นหนาพอประมาณ เสร็จแล้ว พักไว้
2. ล้างกระเพา ให้สะอาด แล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ (เด็ดใบเตรียมไว้เลย)
3. ล้างกระชายให้สะอาด เพราะมีเศษดินติดอยู่มาก แล้วซอยตามยาว อย่างละเอียด พักไว้
4. แกะกระเทียมทั้งสามหัวแล้วสับให้ละเอียด
5. ตั้งกะทะใส่น้ำมันเล็กน้อย (แค่พอเจียวกระเทียม) นำกระเทียมใส่ลงไปเจียวแค่พอหอม ไม่ต้องถึงกับเหลือง เสร็จแล้วนำหมึกลงผัดพร้อมกับเหยาะ น้ำมันหอยสัก 3 ช้อนโต๊ะ
6. รีบนำกระชายใส่ลงไป ตามด้วยใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ พร้อมทั้งเหยาะน้ำปลาน้ำตาล ชิมให้รสพอถูกปาก
7. นำพริกขี้หนูทุบให้แตก แล้วใส่ลงไปผัดสักครู่ เสร็จแล้วตามด้วยใบกระเพาอันเป็นขั้นตอนสุดท้าย (เติมน้ำเปล่าพอประมาณ ถ้าแห้งเกินไป แล้วผัดให้เข้าเนื้อ)

กุ้งอบกระเทียม
ส่วนผสม
1. กระเทียมหัวใหญ่เกือบเท่ากำปั้น 2 หัว (กระเทียมหนีภาษีเพราะบ้านเราปลูกไม่ได้)
2. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
3. ซีอิ้วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
5. กุ้ง ก้ามกรามขนาด 7-8 ตัว โล 4 ตัว

วิธีทำ
1. ตัด กรีกุ้งออก แล้วผ่ากุ้งทางด้านหลังตั้งแต่หัวจนถึงหางเอาขี้ออกและแบะออกให้มากที่สุด นำกุ้งทั้ง 4 ตัวเรียงบนจานแบนๆผึ่งลมไว้ในขณะทีจัดการกับเครื่องปรุงอื่นๆ
2. ปลอกเปลือกกระเทียมแล้วซอยตามความยาวของกลีบให้มีความหนาประมาณ 2 มม. (บางไปไม่อร่อยเดี๋ยวจะบอกเหตุผล)
3. นำกระเทียมที่ซอยได้ทั้งหมด โรยลงบนกุ้งที่เรียงอยู่ในจาน นำน้ำมันหอยเหยาะลงให้ทั่วตัวกุ้งทั้งหมด
4. ระหว่างที่เตรียมกุ้งและเครื่องปรุงควรตั้งรังถึงสำหรับนึ่งบนเตาไฟแรงเพื่อให้น้ำเดือดพอดีกับการเตรียมเครื่องปรุง
5. นำจานกุ้งที่ใส่เครื่องปรุงเบื้องต้นเรียบร้อยลงนึ่งในรังถึงซึ่งน้ำกำลังเดือดจัดใช้เวลานึ่งขั้นต้น 3 นาที
6. ขณะที่รอ 3 นาที ผสมเครื่องปรุงที่เหลือคือ น้ำมันหอย ซีอิ้วขาว แล้งราดลงบนตัวกุ้งให้ทั่ว ปิดฝานึ่งต่ออีก 1 นาที ปิดไฟ
7. ยกออกมากินตอนร้อนๆ (ระวังปากพองด้วย) ท่านจะพบว่ากระเทียมที่เคยเผ็ดร้อนจะทั้งกรอบทั้งมันยิ่งกว่าแห้วและเนื้อกุ้งจะกรอบกรุบ นี่คือเหตุผลที่บอกว่าอย่าซอยกระเทียมบางเกินไป "เน้น ระยะเวลาการนึ่งอย่าให้นานเกินกว่าที่กำหนด เพราะเนื้อกุ้งจะแปลสภาพคล้ายเคี้ยวยางหนังสะติ๊ก"

ผัดพริกไทอ่อนปลากระเบน
ส่วนผสม
1. พริกไทอ่อน 5-10 บาท
2. พริกแกงเผ็ด 150-200 กรัม
3. พริกชี้ฟ้าแดง 5-6 เม็ด
4. น้ำปลาดี, ผงชูรส, น้ำตาลทราย นิดหน่อย
5. ใบมะกรูด หั่นฝอย 1 กำมือ
6. เนื้อปลากะเบนย่างแห้ง 1 กก.
7. น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
8. มะเขือเทศ 4-5 ลูก ผ่าซีก

วิธีทำ
1. เมื่อได้ปลากะเบนมาแล้ว ล้างน้ำให้สะอาด โดยใช้สก๊อตไบรส ขัดหลังเพื่อให้เมือกออกไปเยอะๆ ฝ่าท้องเอาไส้ออกให้หมด ล้างน้ำให้สะอาด หั่นออกเป็นริ้วๆ ขนาดชิ้นสักประมาณ 2-3 นิ้ว วางตากให้สะเด็ดน้ำ ลงมือติดเตาถ่านเพื่อใช้ย่างชิ้นปลา ทำการย่างชิ้นปลาจนเหลืองและแห้ง หั่นเป็นชิ้นๆ รอไว้
2. นำกระทะตั้งไฟปานกลาง
3. พอกระทะร้อน เทน้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อน ใส่พริกแกงลงไปผัดกับไฟปานกลางจนพริกแกงเริ่มหอม (ตอนนี้จะเริ่มจาม) ถ้าแห้งเกินไปเติมน้ำลงไปนิดหน่อย พอคลุกคลิก
4. นำปลากะเบนที่หั่นรอไว้ ใส่ลงไปผัดกับพริกแกงที่คั่วไว้จนหอมด้วยไฟปานกลาง อย่าคนมากนักเพราะเนื้อปลาจะเละ ไม่เป็นชิ้น ผัดต่อไปสัก 5-7 นาที ใส่มะเขือเทศผ่าซีกลงไป ผัดต่อสักครู่ 1-2 นาที ใส่พริกไทอ่อนที่ล้างรอไว้แล้ว ลงไป ผัดต่อสักครู่ เติมน้ำปลาดีลงไปชิมรสออกเค็มนิดหน่อย เติมผงชูรส น้ำตาลทรายนิดหน่อย ชิมรสตามชอบ ใส่พริกชี้ฟ้าที่ผ่าซีกและแช่น้ำรอไว้ลงไป พร้อมใบมะกรูดหั่นฝอย ผัดต่อโดยคลุกเคล้าให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ยกลงจากไฟ ตักใส่ ชาม เสริฟ กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยดีจริงๆ อ้อ หากชอบกลิ่นใบโหระพาก็ใส่ลงไปพร้อมกับใบมะกรูดได้เลย

ปลาดุกย่างผัดกะเพรา

ส่วนผสม
1. ปลาดุกย่างแล้ว แกะเอาแต่เนื้อ ยีให้แตก ๆ หน่อย
2. พริกขี้หนูตำ
3. กระเทียม
4. น้ำปลาดี
5. น้าตาลทรายนิดหน่อย
6. ซอสภูเขา หรือทะเลแทนก็ได้ไม่แปลก
7. ผงชูรส ไม่ใส่ก็ได้ถ้ากลัวหัวล้าน
8. น้ำมันพืช หรือน้ำมันหมูก็ได้
9. ใบกระเพรา ขาดไม่ได้เลย

วิธีทำ
1. นำพริกขี้หนูตำกับกระเทียมลงไปผัดกับน้ำมันพอหอม
2. นำเนื้อปลาดุกใสลงไปผัด แล้วปรุงรสด้วย น้ำปลาดี
3. ซอสภูเขา น้ำตาลทราย
4. ชิมรสให้ได้ที่ ใส่ใบกระเพรา ยกลงเสริฟ กับสุราชั้นดี เพื่อนนิสัยดี แฟนน่ารักดี แค่นี้ก็สุขใจ ตาลา ลา

ต้มซดเชิงปลากราย
ส่วนผสม
1. เชิงปลากรายใช้ตรงส่วนท้อง 1 กิโลกรัม
2. ข่าโขลกละเอียด 5 แว่น หรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
3. ขึ้นฉ่ายล้างสะอาด หั่นยาว 1/2 นิ้ว 1 ต้นใหญ่
4. กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
5. มะนาว 2 ผล
6. พริกขี้หนูบุบพอแตก 1 ช้อนชา
7. ผักชีเด็ดเป็นช่อ 1 ต้น
8. น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
9. รสดีรสไก่ 2 ช้อนชา
10.น้ำสะอาด 6 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. นำเชิงปลายกราย มาหั่นเป็นท่อนขนาดเท่ากัน ล้างสะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. ใส่น้ำสะอาด 6 ถ้วยตวง ลงในหม้อตั้งไฟ ใส่รสดีรสไก่ ใส่ข่า คนให้กระจาย ใส่น้ำปลา พอมีรสเค็ม ปล่อยให้เดือด ใส่ปลาลง แล้วเร่งไฟให้แรง พอสุกใส่ใบขึ้นฉ่าย คนให้กระจายทั่ว ดับไฟ
3. บีบมะนาวกับน้ำปลา ใส่ชามที่จะรับประทาน ตักปลาใส่ ชิมรสเปรี้ยวนำ โรยพริกขี้หนู กระเทียมเจียว ผักชี รับประทานร้อนๆ

ปลาปิ้งขมิ้น
ส่วนผสม
1. ปลาสดชนิดใดก็ได้ 1 กิโลกรัม (ปลากระบอกยิ่งดีครับ)
2. ขมิ้นชันปอกผิวออก หั่นขวางหยาบๆ 2 ช้อนชา
3. กระเทียมหั่นหยาบๆ 2 ช้อนชา
4. เกลือ 2 ช้อนชา
5. พริกไทยเม็ด 1/3 ช้อนชา
6. น้ำ 1-2 ่ช้อนชา
7. ชูรส 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ล้างปลาให้สะอาด หั่นแว่นหรืออาจใช้ทั้งตัว เลาะออกเป็น 2 ซีกก็ได้ ตามลักษณะของปลา ที่จะปิ้ง ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. โขลกพริกไทย ขมิ้น กระเทียม และเกลือรวมกันให้แหลก ใส่น้ำลง 1-2 ช้อนชา ใส่ชูรส คนให้เข้ากัน
3. ชโลมชิ้นปลาด้วยเครื่องที่โขลกไว้ให้ทั่ว หมักไว้ในตู้เย็นประมาณ 20-30 นาที
4. ปิ้งด้วยไฟค่อนข้างอ่อนสุกดี
5. เสิร์ฟกับสวยร้อนๆ

ปลานิลราดน้ำปลากระเทียม
ส่วนผสม
1. ปลานิลขนาดกลาง 2 ตัว
2. รสดีกระเทียม 1 ช้อนชา
3. ต้นหอมตัด 2 ท่อน 4 ต้น
4. ผักชีทั้งต้น 4 ต้น
5. น้ำปลาดี 1/4 ถ้วยตวง
6. กระเทียมหั่นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
7. อายิซอสชนิดไม่เผ็ด 1/2 ช้อนชา
8. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
9. พริกขี้หนูสวนหั่นบางๆ 2 ช้อนโต๊ะ
10.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ล้างปลานิลให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล่ออกเป็น 2 ซีก เคล้ากับรสดีรสกระเทียม หมักไว้ 20 นาที
2. ม้วนปลาแต่ละชิ้นจากส่วนหาง ให้เป็นแท่งกลม ใช้ไม้เสียบตรึงให้อยู่ตัว วางเรียงในถาด ขนาดพอเหมาะ คลุมชิ้นปลาด้วยต้นหอม และผักชี
3. นำขึ้นนึ่งในรังถึงน้ำเดือดพล่านจนสุก ประมาณ 10 - 12 นาที
4. ระหว่างนึ่งปรุงน้ำปลา ด้วยอายิซอส พริกไทย น้ำมะนาว กระเทียม และพริกขี้หนู
5. เมื่อปลาสุก ตักเฉพาะชิ้นปลาใส่จาน ราดด้วยน้ำปลาให้ทั่ว เสิร์ฟร้อนๆ

ปลาทับทิมทอดยำพริกเกลือ

ส่วนผสม
เครื่องปรุง นะครับ
1. ปลาทับทิม (ประมาณ 6-7 ขีด)ตัว
2. น้ำมันพืช

เครื่องยำ นะครับ
1. หอมแดงซอยละเอียด พอประมาณ
2. ตะไคร้ซอยละเอียด พอประมาณ
3. ผักชีฝรั่งสับ พอประมาณ
4. ต้นหอมสับ (เอาแต่ส่วนใบ) พอประมาณ
5. มะม่วงดิบซอย (มะม่วงเปรี้ยว) พอประมาณ
6. น้ำปลา ตามต้องการ
7. เกลือ พอประมาณ
8. น้ำมะนาว ตามต้องการ
9. น้ำตาลทรายแดง ตามต้องการ
10.พริกขี้หนูเขียว / แดง ตามต้องการ

วิธีทำ
1. ทำความสะอาดปลาทับทิม ซับน้ำให้แห้ง ผึ่งไว้ บั้งให้ลึกถึงก้างปลา ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟปานกลางไม่ร้อนจัด นำปลาไปทอดจนสุก ตักขึ้นพักไว้
2. ปรุงน้ำยำ นำน้ำมะนาว น้ำปลา เกลือ น้ำตาล ผสมในชาม ชิมรสให้ได้สามรส คือ หวาน เปรี้ยว และเค็ม เอาพริกขี้หนูเขียว / แดง ใส่ครกโขลกหยาบ ๆ ไม่ต้องละเอียดมาก ตักใส่ชามน้ำยำ
3. นำเครื่องที่ได้ซอยไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำยำ
4. รับประทานกับปลาทับทิมทอด
ถ้าตกปลาทับทิมมาไม่ได้ให้ซื้อปลานิลมาทำแทนนะครับ

ปลาช่อนผัดขึ้นฉ่าย
ส่วนผสม
1. ปลาช่อนขนาดกลาง 1 ตัว
2. พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 2 เม็ด
3. ผักขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน 4-5 ต้น
4. พริกไทป่น (เล็กน้อย)
5. กระเทียมทุบ (ตามใจท่าน)
6. น้ำปลา
7. เต้าเจี้ยวดำ (ถ้ามี) 1 ช้อนชา
8. น้ำมัน (สำหรับทอดปลา)

วิธีทำ
1. ขอดเกล็ดปลาช่อน ควักไส้ทิ้ง ล้างให้สะอาด หั่นตามขวางเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม.
2. นำไปทอดในน้ำมันร้อนจนสุกเหลือง กรอบเล็กน้อย ตักวางให้สะเด็ดน้ำมัน
3. เจียวกระเทียม แล้วเอาเต้าเจี้ยวดำผัดจนหอม ใส่ผักขึ้นฉ่าย ตามด้วยปลาที่ทอดไว้ พริกชี้ฟ้า
4. ปรุงรส และใส่พริกไทป่น ระวังจะเค็ม ชิมก่อนใส่น้ำปลานะ
5. ตักใส่จาน กินกะข้าวสวยร้อน ๆ หรืออนุโลมให้เป็นข้าวเหนียวก้อได้ รับรองอร่อยไม่รู้ลืม (ไม่เผ็ดด้วยนะ)
6. หากใครชอบรสจัด ก็สามารถใส่พริกขี้หนูตำพร้อมกระเทียม แล้วผัดไปด้วยก็ได้

ปลาตะเพียน 2 สี ไร้ก้าง
ส่วนผสม
1. ปลาตะเพียน
2. ข้าวคั่ว
3. ผักชี , ต้นหอม
4. หอมแดง
5. สะระแหน่
6. ข่าสับ
7. น้ำมะนาว, น้ำปลา
8. น้ำซุป
9. พริกป่น

วิธีทำ
* แล่เนื้อปลาตะเพียนทั้ง 2 ด้าน
1. นำก้างปลา ไปทอดให้เหลืองกรอบ พักไว้ (ถ้าขี้เกียจ ไม่ต้องทอดก็ได้)
2. นำเนื้อปลาที่แล่ออกมา สับให้ละเอียด (เพื่อให้ก้างแหลก) นำลงไปรวนให้เนื้อปลาสุก ใส่ข่าป่นลงไปเล็กน้อย เติมน้ำซุปเล็กน้อย ปรุงรสด้วย พริกป่น หอมแดง ข้าวคั่ว น้ำมะนาว น้ำปลา สะระแหน่ ต้นหอม ผักชี ปรุงรสตามใจชอบ
*** นำก้างปลาทอดที่พักไว้ มาวางบนจาน นำเนื้อปลาที่ปรุงรสแล้ว มาราดบนตัวปลา ตกแต่งด้วยผัก ให้สวยงาม เท่านี้ก็จะได้เนื้อปลาตะเพียน 2 สี ที่รับประทานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวก้าง

ปลาแรดทอด 4 รส
ส่วนผสม
1. ปลาแรด 1 ตัว (ตัวที่ใช้ทำหนัก 1 1/2 กิโล ถ้าปลาตัวเล็กกว่านี้ให้ลดเครื่องปรุงลงตามส่วน)
2. กระเทียม 20 กลีบ
3. น้ำตาลทราย, น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา และแป้งมัน อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
4. หอมใหญ่ 1/2 ลูก หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
5. มะเขือเทศ 1 ลูก หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
6. พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด
7. น้ำจิ้มไก่ (ขวดเล็ก) 1 ขวด

วิธีทำ
1. ปลา ขอดเกล็ด ทอดทั้งตัวให้เหลืองกรอบ ก่อนทอดควรทาเกลือที่ตัวปลาเล็กน้อยและก่อนลงกระทะควรผึ่งปลาให้หมาดเสียก่อน ปลาจะได้ไม่ติดกระทะ การทอดควรใช้ไฟแรงก่อน พอใส่ปลาลงแล้วควรหรี่ไฟให้เหลือปานกลางหรือทอดไฟอ่อน ๆ ปลาจะเหลืองกรอบน่ารับประทาน
2. น้ำราด 4 รสตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย นำพริก กระเทียม (ทุบแล้ว) ลงผัดไฟอ่อน ๆ พอกระเทียมเริ่มเหลืองเทน้ำจิ้มไก่ลงไปทั้งขวด เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ใส่น้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลา แล้วคนเบา ๆ พอน้ำตาลละลายใส่แป้งมันที่ผสมน้ำเล็กน้อยให้พอเหนียว ตามด้วยหอมใหญ่และมะเขือเทศ เสร็จแล้วปิดไฟทันที (จะทำให้มะเขือเทศและหอมใหญ่ไม่เหี่ยว)
นำปลาแรดที่ทอดสุกแล้ววางลงบนจาน บางท่านอาจตกแต่งจานให้สวยโดยการใช้ผักกาดหอมและมะเขือเทศช่วยให้ดูมีสีสันน่ารับประทาน เสร็จแล้วตักน้ำ 4 รส ราดลงบนตัวปลา เป็นอันเสร็จพิธ

หัวปลาเก๋าผัดฉ่า
ส่วนผสม
1. หัวปลาเก๋าสับชิ้นพอดี ๆ 1 หัว ประมาณ 1/2 โล
2. พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด รากผักชีหั่นเล็กน้อย และกระเทียม 1 หัว
3. กระชายซอย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด ใบโหระพา
4. นมสด (ถ้าไม่ชอบ ใช้น้ำเปล่าแทน)
5. น้ำตาลทราย น้ำปลาดี น้ำมันพืช

วิธีทำ
1. ล้างหัวปลาให้สะอาด เสร็จแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม รากผักชีให้เข้ากัน (แบบพอแหลก)
3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่เครื่องที่โขลก ผัดให้หอม ใส่หัวปลาเก๋า ใบมะกรูด กระชาย ผัดจนหัวปลาเก๋าสุก แล้วราดด้วยน้ำปลา น้ำตาล พอได้รสชาติที่ถูกใจแล้วจึงใส่พริกไทยอ่อน แล้วราดตามด้วยนมสด (หรือน้ำเปล่า) ผัดให้เหลือน้ำขลุกขลิก เสร็จแล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบโหระพา เป็นอันเสร็จพิธ

กระสูบนึ่งซีอิ้ว
ส่วนผสม
1. ปลากระสูบนำหนัก 1 กก. ขึ้นไป(เนื้อปลาจะดี)
2. ซีอิ้วขาวพอประมาณ
3. นำปลา และมะนาว
4. กระเทียม
5. พริกขี้หนู

วิธีทำ
1. ทำปลากระสูบให้สะอาดไม่ต้องบั้ง(ปลาตัวใหญ่) นำซี้อิ้วขาวทาตัวปลาให้ทั่วและนำไปนึ่งให้สุก
2. หั่นกระเทียมให้ละเอียดโดยจะใช้หั่นหรือซอยก็ได้ จะใช้ครกตำก็ได้แล้วแต่ความสะดวกบวกความขยัน
3. พริกก็เช่นกันปฏิบัติเหมือนกระเทียม
4. นำกระเทียม/พริก/มะนาว/นำปลา/ซี่อิ้ว ผสมกันปรุงให้ได้รถเปรี้ยวเค็มเผ็ด (ตามชอบ) แล้วนไปลาดที่ตัวปลา
5. เคล็ดลับอยู่ที่ เวลาราดให้กะเวลาที่ปลาเริ่มที่จะสุกดี เพราะเป็นเวลาที่เครื่องปรุงสามารถซึ่งเข้าในเนื้อปลาได้และกระเทียม/พริก ไม่ถูกความร้อนจนสุก จะไม่งามและไม่มีกลิ่นหอม

ปลากระป๋องมาม่าต้มยำ
ส่วนผสม
1. มาม่าต้มยำ
2. ปลากระป๋อง (ซาร์ดีนในซ๊อสมะเขือเทศ)
3. ไข่ไก่สด (ถ้ามีติดไปด้วย)
4. ผัก (ถ้ามีติดไปด้วย)

วิธีทำ
1. แกะเครื่องปรุงรสต้มยำจากซองบะหมี่สำเร็จรูป ละลายน้ำในภาชนะ ตั้งไฟ
2. เมื่อน้ำเดือด ใส่ปลากระป๋องลงไป ปล่อยให้เดือดต่อ สักพักจะได้ต้มยำปลากระป๋องไว้ซดร้อนร้อน (ปริมาณให้กะตามจำนวนคน, ปลากระป๋อง ๑ กระป๋อง เท่ากับ เครื่องต้มยำ ๑ ซอง)
3. ตั้งกระทะหรือหม้อบนไฟ (แล้วแต่จะมี)
4. ใส่น้ำมันพืช
5. พอกระทะร้อนดี ใส่เส้นบะหมี่สำเร็จรูปลงไปผัด(ไม่ต้องลวกก่อน...เดี๋ยวเส้นจะฟ่าม ไม่อร่อย)
6. ตอกไข่ลงไปผัดคลุก. หยอดน้ำนิดหน่อย. เส้นบะหมี่จะได้สุกทั่ว
7. ไส่ผักลงไป. ผัดสองสามครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือหรือน้ำปลาแล้วแต่สะดวกอย่างไหน
8. ยกลง.... จะได้กับข้าว ๒ อย่าง ทานกับข้าวสวยร้อนร้อน...ยามไม่มีอะไรดีกว่านี้, อร่อยมาก

ปลานิลทอดราดน้ำปลา
ส่วนผสม
1. ปลานิล
2. น้ำปลาดี
3. เกลือป่น
4. น้ำมันพืช (ใหม่)

วิธีทำ
1. ขอดเกล็ด ควักไส้ล้างพุงให้สะอาด บั้งทั้งสองด้าน เอาเกลือป่นทาบาง ๆ ให้ทั่ว แล้ววางผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. เทน้ำมันพืชใส่กระทะ กะให้พอท่วมปลา (ตรงนี้ต้องอย่าหวงน้ำมัน) ตั้งไฟแรงให้น้ำมันร้อนจัดจึงใส่ปลาลงกระทะ เสร็จแล้วหรี่ไฟ ใช้ไฟอ่อนหรือปานกลาง ทอดแบบใจเย็น ๆ จะได้ปลาทอดที่กรอบเหลืองน่ารับประทาน
3. พอปลาสุกเหลืองดีทั้งสองด้าน เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะไว้บ้างเล็กน้อย เปิดไฟแรง แล้วตักน้ำปลาดีใส่ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ตะหลิวพลิกปลากลับไปกลับมา เสร็จแล้วตักใส่จานเสริฟทั้งน้ำมันและน้ำปลา

ต้มยำหัวปลาน้ำใส

ส่วนผสม
1. หัวปลาสากสับเป็นชิ้นประมาณ 1/2 กิโล
2. ตะไคร้ 2 ต้น
3. ใบมะกรูด 2 - 3 ใบ
4. ใบกระเพรา 1 ขยุ้ม
5. น้ำปลาดี, น้ำมะนาว
6. พริกขี้หนูสวน
7. ผงชูรสเล็กน้อย และเกลือป่น

วิธีทำ
1. ตั้งน้ำให้เดือด (ปริมาณกะเอาเอง)
2. โยนตะไคร้บุบกับใบมะกรูดลงไป พอน้ำเดือดพล่าน
3. ใส่หัวปลาลงไป ต้มต่ออีกสัก 7 - 8 นาที ระวังอย่าคนหัวปลาขณะต้ม เพราะจะทำให้ "คาว"
4. เสร็จแล้วหันมาเตรียมเครื่องปรุงในชาม โขลกพริกขี้หนูสวน กะว่าชอบเผ็ดมากก็ใส่มาก ชอบเผ็ดน้อยก็ใส่น้อย
5. ใส่เกลือป่นเล็กน้อย โขลกพร้อมกับพริก เสร็จแล้วตักใส่ชาม ตามด้วยน้ำมะนาวและน้ำปลาดี 2 - 3 ช้อนโต๊ะ และผงชูรส ส่วนใบกระเพราเด็ดเอาแต่ใบรองไว้ก้นชาม
6. เสร็จแล้วตักเอาน้ำต้มหัวปลาใส่ชาม ชิมรสให้ถูกปาก ถูกใจ แล้วจึงตักหัวปลาตามลงแค่นี้เป็นอันเสร็จพิธี

ปลาผัดขึ้นฉ่าย
ส่วนผสม
1. ปลาสาก (เอาแต่เนื้อ 2 - 3 ขีด)
2. ขึ้นฉ่าย (ชอบมากใส่มาก ชอบน้อยใส่น้อย) หั่นยาวประมาณนิ้วครึ่ง
3. กระเทียมเล็ก 5 - 6 กลีบ
4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
5. เต้าเจี้ยว 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย ซีอิ๊ว น้ำมันพืช

วิธีทำ
1. หั่นปลาตามขวาง เสร็จแล้วตั้งน้ำให้เดือด ลวกปลาพอสุกตักใส่จานพักไว้
2. ตั้งกระทะพอร้อน ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่กระเทียมลงไปผัดไฟอ่อน ๆ พอเหลือง
3. ใส่น้ำมันหอย เต้าเจี้ยว น้ำตาล และซีอิ๊วขาว เติมน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ชิมรสให้ถูกใจ ถ้าเค็มไปเติมน้ำและน้ำตาลอีกเล็กน้อย พอน้ำในกระทะเดือด
4. ใส่ปลาที่ลวกแล้วลงไป ตามด้วยขึ้นฉ่าย คนเบา ๆ ระวังอย่าให้ปลาแหลก เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่จานเสริฟได้เลย

ทูโม่งต้มเค็มหวาน
ส่วนผสม
1. ปลาโม่งอวนลอย 2 กก.
2. อ้อย 1 ลำ
3. ตะไคร้ 6 ต้น
4. พริกไทยเม็ด
5. พริกแห้งเม็ดใหญ่ 5 - 6 เม็ด
6. เกลือป่น
7. พริกแห้งเม็ดเล็ก 4 - 5 เม็ด
8. น้ำตาลอ้อย
9. หมูสามชั้น 2 ขีด
10. ซีอิ๊วดำ
11. กระเทียม (เอาต้นหรือที่เรียกจุกมาด้วย)

วิธีทำ
1. นำปลาโม่งมาตัดหาง ดึงแก้ม ดึงเหงือก ล้างให้สะอาด เสร็จแล้วตัดหัว (ส่วนที่เหลือ) ยัดใส่เข้าไปในท้องปลา ทำให้ครบทุกตัว


วิธีต้ม
1. นำอ้อยมาตัดเป็นท่อนเล็ก ๆ ความยาวให้พอดีกับหม้อรองก้นหม้อไว้ ตามด้วยตะไคร้ทุบวางบนอ้อยอีกที กระเทียมนำมาแยกกลีบ แต่ไม่ต้องปอกเปลือก ใส่ลงไปสัก 4 - 5 หัว จุก (หรือต้น) กระเทียมแห้งใส่ลงไปสัก 1 กำมือ ตามด้วยพริกไทยเม็ด 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 3 ช้อนโต๊ะ ถ้าชอบเค็มเติมทีหลังได้
2. เสร็จแล้วนำปลาที่เตรียมไว้มาเรียงในหม้อ จะเรียงแบบวงกลมหรือซ้อนกันไปมาสลับหัวสลับหางก็ได้ เสร็จแล้วใส่น้ำตาลอ้อยลงไปสัก 2 - 3 ทัพพี เติมน้ำสะอาดให้ท่วมตัวปลา ใส่พริกแห้งเด็ดขั้ว และหมูสามชั้นหั่น เป็นชิ้นลงไป ตามด้วยซีอิ๊วดำเล็กน้อยแล้วตั้งไฟกลาง พอเกือบเดือดเบาไฟลง เคี่ยวไฟอ่อนสัก 3 - 4 ชั่วโมง ชอบเค็มชอบหวานก็เติมกันเข้าไป

ปลาช่อนลุยสวน
ส่วนผสม
1. ปลาช่อนขนาด 1/2 กิโล
2. ใบโหระพา, ใบสะระแหน่, ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง, หอมแดง
3. พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
4. ข้าวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำปลาดี ตามสมควร
6. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
7. น้ำมะขามเปียก 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำพริกป่น ข้าวคั่ว น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำปลามาใส่รวมกัน คนให้เข้ากันแล้วใส่หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอยลงไปเล็กน้อย ชิมรสให้ออกเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เค็ม ๆ และเผ็ด ๆ ตามใจชอบ ถ้าน้ำจิ้มแห้งเกินไป เติมน้ำอุ่นได้เล็กน้อย เสร็จจากปรุงน้ำจิ้มแล้ว ก็มาจัดจานให้สวยด้วยผักต่าง ๆ ที่มี เช่นใบโหระพา นำปลาช่อนที่ทอดแล้วมาวางบนจาน เสร็จแล้วราดด้วยน้ำจิ้มให้ทั่ว แต่งหน้าด้วยโหระพาหรือพริกคั่ว เสริฟพร้อมผักแนมต่าง ๆ เป็นอันเสร็จพิธี

อื่นๆ
1. สำหรับปลาช่อนลุยสวนจานนี้ คุณหนุ่มช่างไม้ สิงห์สุราแถวบ้านบอกว่าอร่อย แต่หวานไปหน่อย สุดท้ายก็เหลือแต่ก้างและหัวที่แข็งจนแกะไม่ไหว ปล่อยให้ไอ้ก๊วยหมาแถวบ้านมองค้อนน้ำลายยืดครางหงิง ๆ สุดท้ายไอ้ก๊วยก็อดแก ไม่รู้ไอ้ป้างเมามาจากไหนคว้าเอาหัวไปกินฉิบ
"เฮ้ย ! เหม็นไหม้อะไรฟะ อ้าว...ชูเกียรติ ปลาไหม้แล้ว คราวนี้ไม่โดนเพื่อนถีบก็ต้องโดน....เฮ้อ..."